ReadyPlanet.com
dot dot


“Green” เริ่มจากถูกบังคับ สู่ตั้งใจทำดีเกินมาตรฐาน article

 “Green” เริ่มจากถูกบังคับ สู่ตั้งใจทำดีเกินมาตรฐาน

ในยุคสังคมที่มีแต่ความรีบเร่ง ทุกอย่างดูรวดเร็ว และสะดวกไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อมูล การสื่อสาร การจัดหาของใช้ส่วนตัว ตลอดจนการเดินทางไปไหนไกลๆด้วยเครื่องบิน Low cost ที่มีราคาใกล้เคียงกับรถทัวร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำมาสนองผู้ใช้ให้เกิดความสะดวก สะบาย แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ การใช้พลังงาน และทรัพยากรที่มากเกินความจำเป็น เช่น ร้านสะดวกซื้อ ติดแอร์ เปิด 24 ชั่วโมง ผู้คนเล่น Smartphone online กันทั้งวัน และ ใช้ของครั้งเดียวทิ้ง อาทิ ถุงพลาสติก แก้ว ตะเกียบ ช้อน ฯลฯ

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงมากหากมนุษย์ยังคงใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองกันขนาดนี้ อีกไม่นานคงไม่เพียงพอสำหรับคนรุ่นหลัง และที่น่าห่วงเพิ่มไปอีก คือการเร่งผลิตสินค้าสนองความสะดวกเหล่านี้ ไม่เพียงแค่ใช้พลังงาน ใช้วัตถุดิบมาก แต่ยังต้องใช้น้ำในปริมาณมาก และการผลิตก็จะมี ของเสีย(Material loss) อากาศเสีย น้ำเสีย ปล่อยออกมาด้วย

เราในฐานะมนุษย์บนโลกนี้จะทำอย่างไรกันดี ? คงปล่อยสภาวะนี้อยู่ต่อไปไม่ได้ ต้องหันมาพิจารณาดูว่า เราจะร่วมกันทำอะไรกันบ้างให้โลกใบนี้ มีอากาศที่บริสุทธ์ มีน้ำที่ใส มีแหล่งพลังงาน มีทรัพยากรธรรมชาติ ที่อยู่คู่กับโลกอีกนานแสนนาน หรือ เรียกว่า ยั่งยืน

ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในยุโรป ลูกค้าก็เริ่มใส่ใจกับที่มาของสินค้ามากขึ้น เช่น ปล่อยปริมาณคาร์บอนต่ำ  ใช้น้ำน้อย  ประหยัดพลังงาน  ใช้วัสดุที่ย่อยสลาย นำกลับมาใช้ใหม่ได้  ไม่ใช้แรงงานเด็ก และ แรงงานทาส เป็นต้น จนบริษัทผู้ผลิตต้องปรับตัวสนองลูกค้าในด้านต่างๆ หรือแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยผ่านโปรแกรม “Green” หรือ โปรแกรมชื่ออื่นๆที่แสดงเจตจำนงค์นี้

ในคำว่า Green ของแต่ละบริษัท ก็ยังมีนิยามที่ต่างกัน ได้แก่

1.             ความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น

2.             ความเท่าเทียมกันทางสังคมมากขึ้น

3.             การลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญของความเสี่ยงทางธรรมชาติและการขาดแคลนทรัพยากร

4.             นิยามอย่างง่าย : เศรษฐกิจที่คาร์บอนต่ำ มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร และให้ความสำคัญกับทุกคน

5.             ไม่มีนิยามสากลหนึ่งเดียวสำหรับทุกประเทศ  ความหมายขึ้นกับบริบทของแต่ละประเทศจากการเจรจาในเวทีระหว่างประเทศ

6.             เป็นหนทางไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และควรนำไปสู่การขจัดความยากจน

7.             การพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ 3 เสาหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ , สังคม(รวมมิติทางวัฒนธรรม และจิตวิญญาณ)  , ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อย่างมีบูรณาการและสมดุล

ซึ่งในปัจจุบันข้อ 7) ถูกนำไปใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะครอบคลุมครบทุกด้านทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การทำ Green เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ และแปลก กล่าวคือ บริษัทส่วนใหญ่มักเริ่มทำ Green ด้วยการถูกขอจากลูกค้า หรือกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม เพราะห่วงว่าต้นทุนจะเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันจะลดลง แต่เมื่อได้ดำเนินโปรแกรม จะพบว่า

1.             ต้นทุนวัตถุดิบลดลง จากการลดของเสีย และเพิ่มคุณภาพ

2.             ต้นทุนพลังงานลดลง จากการลดการสูญเสีย ปรับตั้งอุปกรณ์ที่เหมาะสม ใช้พลังงานทดแทน ตลอดจนค่าขนส่งต่อหน่วยสินค้าลดลง

3.             ต้นทุนการกำจัดของเสียลดลง จากที่ของเสียลดลง การจัดการเป็นระบบขึ้น

4.             ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้กับการร้องเรียนจากชุมชนด้านสิ่งแวดล้อมน้อย

5.             ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเพื่อการทำไม่ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

6.             ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น จากการได้รับการยอมรับจากลูกค้า

7.             ภาพลักษณ์องค์กรด้านสังคม และสิ่งแวดล้อมดีขึ้น

8.             และ อื่นๆ

ซึ่งหลายบริษัทเมื่อพบผลลัพธ์เหล่านี้ในช่วงปีแรกที่ทำ ประกอบกับผลทางอ้อมอื่นๆ เช่น คนทำงานเก่งขึ้น ดีขึ้น จากการพัฒนาด้านความรู้ การทำโครงการย่อยต่างๆร่วมกันเป็นกลุ่ม และการได้ช่วยชุมชนรอบข้าง จนทำให้ผู้บริหารให้ความสำคัญ และทุ่มเททำมากขึ้น จากเริ่มที่ลูกค้าเรียกร้อง และทำให้ได้ตามมาตรฐาน มาเป็น ทำให้ดีจริงๆ ดีกว่ามาตรฐาน เช่น NIKE บริษัทเครื่องกีฬาชั้นนำของโลกก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการมี Innovation ด้านผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสังคมยั่งยืน

NIKE ได้เคยถูกสังคมตำหนิด้านการใช้แรงงานราคาถูก ผลิตสินค้าที่ราคาแพง จนทำให้ภาพลักษณ์ของตราสินค้าเสียหาย หลังจากนั้น NIKE ก็เริ่มดำเนินการด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆจนเป็นจริงเป็นจังในปัจจุบัน โดย NIKE ได้ตั้งเป้าหมายผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม 4 ด้าน คือ น้ำ, เคมี, พลังงาน และ ของเสียจากกระบวนการผลิต และศึกษาตลอดทั้งกระบวนการเพื่อหาตัวที่มี Impact ต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุดมาทำก่อน

NIKE ได้ทำหลายอย่าง โดยพัฒนาเทคโนโลยี ที่ใช้น้ำน้อยในกระบวนการย้อมสี (Dyeing  Process) ซึ่งปกติใช้น้ำมาก จนเหลือแค่ใช้น้ำเพียง 5% ตลอด Value Chain และเรียกว่า DyeCoo Technology อีกทั้งยังมีการ Recycle โพลีเอสเตอร์ ตลอดจน พยายามเปลี่ยนกระบวนการตัดเย็บ ซึ่งมีของเสียเกิดขึ้นมาก มาเป็นการทอรองเท้า ที่มีของเสียต่ำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปไกลมาก

จากที่ NIKE ได้พัฒนาไปมาก จนทำให้เกิดมาตรฐานวัสดุใหม่ในอุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาเรียกว่า NIKE MSI (NIKE Material Sustainability Index) และมาตรฐานอื่นๆ ของอุตสาหกรรมผลิตรองเท้า ด้านสิ่งแวดล้อม และ Sustainability ซึ่งผลทางอ้อม คือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ ตั้งกำแพงให้คู่แข่งขัน  เป็นผู้นำตลาดสินค้า Green/ Sustainability  พัฒนาคุณภาพ Suppliers ให้มีน้อยลง กำลังผลิตเพิ่ม แต่คุณภาพสูงขึ้น ที่จะโตไปพร้อมกัน

การทำโปรแกรมด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม ที่เรียกว่า Green หรือชื่ออื่นๆ ในช่วงแรกๆบริษัทจะห่วงเรื่องต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น แต่เมื่อทำไปแล้ว เห็นผลลัพธ์ เช่น ของเสียลดลง ต้นทุนพลังงานลดลง ค่าขนส่งต่อหน่วยลดลง ค่าใช้จ่ายด้านการแก้ปัญหาร้องเรียนจากชุมชนน้อย รวมไปถึง ภาพลักษณ์ตราสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ยอดขายเพิ่ม และ ยังมีผลทางอ้อมอื่นๆ เช่น พนักงานได้รับการพัฒนาให้ เป็นคนดี และ เก่งขึ้น จากการได้ทำกิจกรรมลดของเสีย และลดการใช้พลังงาน ตลอดจนช่วยชุมชนรอบๆข้าง ให้มาช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมของชุมชนเอง

เมื่อทำไปและเห็นผลดีๆที่คุ้มค่าก็จะพยายามทำมากขึ้นไปอีก จนเกินมาตรฐานทั่วไป จนอาจเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ที่ผู้ที่ทำได้รายแรกถูกนำไปอ้างอิง ซึ่งก็เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางหนึ่ง ซึ่ง NIKE ก็ทำให้เห็นแล้ว ซึ่งหากทุกบริษัทลุกขึ้นมาทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม อีกไม่นานความยั่งยืนจะบังเกิดขึ้น และทรัพยากร ก็จะเพียงพอสำหรับคนรุ่นต่อๆไป

     




green surface

อุตสาหกรรมสีเขียว article
การซ่อมผิวชิ้นส่วนเครื่องจักร โดยทดแทนการสร้างใหม่ ช่วยลดปัญหา “ภาวะโลกร้อน”
การลดภาวะโลกร้อน article
Carbon footprint



Copyright © 2010 All Rights Reserved.


Head Office: Ayutthaya
Advanced Surface Technologies Co.,Ltd.
1/2 Moo 6 T. Sammuang A.Ladbualuang Ayutthaya 13230
Tel. 035-378-329, 035-378-330, 035-378-331
Fax. 038-637-273, 038-637-274
Email: ast@surfacetechno.com


Branch: Rayong (Mapkha)
Advanced Surface Technologies Co.,Ltd.
107/2 Moo 5, T.Mapkha, A.Nikhompattana Rayong 21180
Tel. 038-637-287, 038-637-288, 038-637-289
Fax. 038-637-273, 038-637-274
Email: ast@surfacetechno.com


Branch: Rayong (Khaochomhae)
Advanced Surface Technologies Co.,Ltd.
199 Moo 7, T.Makhamkoo, A.Nikhompattana Rayong 21180
Tel. 038-917-620
Fax. 038-917-259
Email: ast@surfacetechno.com