ReadyPlanet.com


สผ.เผยแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของไทยจะลดได้ 28% ในปี 2573

สผ.เผยแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของไทยจะลดได้ 28% ในปี 2573 ทะลุเป้าหมาย 20% ที่สัญญาเวทีโลก พร้อมช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง

นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เปิดเผยถึงการดำเนินงานตามแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ปี 2564-2573 (NDC Road Map) ว่าจากการสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ใน 4 สาขา ได้แก่ พลังงาน คมนาคมขนส่ง การจัดการของเสียชุมชน และอุตสาหกรรม พบว่าในปี 2573 ประเทศไทยจะมีศักยภาพในการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น 156.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือลดได้ 28.2% จากกรณีปกติ (BAU)

ทั้งนี้ มาตรการหลักของแต่ละสาขา ได้แก่ 1.สาขาพลังงาน ประกอบด้วยมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน มาตรการพัฒนาพลังงานทดแทน คิดเป็น 117.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 2.สาขาคมนาคมขนส่ง ประกอบด้วยมาตรการหลีกเลี่ยงหรือลดการเดินทาง การเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง และการปรับปรุงหรือพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานในยานยนต์ คิดเป็น 35.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

3.สาขาการจัดการของเสีย ประกอบด้วยมาตรการจัดการขยะชุมชน และการจัดการน้ำเสียชุมชน คิดเป็น 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 4.สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ รวมถึงน้ำเสียอุตสาหกรรม ประกอบด้วยมาตรการทดแทนปูนเม็ด และมาตรการทดแทนหรือปรับเปลี่ยนสารทำความเย็น คิดเป็น 2.2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

นางรวีวรรณ กล่าวว่า แผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2561 เพื่อสนับสนุนศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ NDC Road Map ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่ 20% จากกรณีปกติ ภายในปี 2573 ตามที่ประเทศไทยให้สัตยาบันเข้าร่วมความตกลงปารีส ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

ในส่วนของความก้าวหน้าในการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงานและขนส่ง ประเทศไทยได้ดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกจาก 9 มาตรการ รวมแล้วทั้งสิ้น 45.6 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็น 12% จากกรณีปกติ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยจะสามารถดำเนินการได้ตามเจตจำนงในการลดก๊าซเรือนกระจกที่้เหมาะสมของประเทศ (NAMAs) ที่ได้แสดงไว้ต่อ UNFCCC ที่ต้องการลดก๊าซเรือนกระจก 7-20% จากกรณีปกติ ภายในปี 2563

“ภาคส่วนต่างๆ สามารถมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก เช่น ประหยัดพลังงานในอาคาร รณรงค์ให้เดินทางโดยระบบขนส่งมวลชน ยุติการเผาขยะในที่โล่ง งดเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร งดใช้ถุงหรือภาชนะพลาสติก การปลูกป่าเศรษฐกิจและเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการควบคุมมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย” นางรวีวรรณ กล่าว

ที่มา: https://greennews.agency/?p=18439




green surface

ภัยพิบัติปี 2020 สะท้อนภาวะโลกร้อน
โควิด-19 ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกลดลงมากเป็นประวัติการณ์ถึง 7% ในปีนี้
ลด ละ เลิกพฤติกรรมทำโลกร้อน
ครม.ไฟเขียว กรมโรงงานฯ-UNIDO ดำเนินโครงการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก-มลพิษ
ผลสำรวจล่าสุดชี้ การปลูกต้นไม้เพิ่มล้านล้านต้นวันนี้ ช่วยลดคาร์บอนในบรรยากาศลงได้ 25%
สาเหตุและผลกระทบของภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน 2563
PLASCOFF วัสดุใหม่จาก ขยะพลาสติก+กากกาแฟ
7 วิธีลดโลกร้อน
มนุษย์กับธรรมชาติ
ภาษีคาร์บอน จูงใจเลิกพลังงานฟอสซิล
โลกร้อนทำชายหาดหดหายกว่าครึ่ง
ไทยเจ๋ง ลดก๊าซเรือนกระจกได้เกินเป้า เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียว article
กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ร่วมแก้โลกร้อน article
“Green” เริ่มจากถูกบังคับ สู่ตั้งใจทำดีเกินมาตรฐาน article
อุตสาหกรรมสีเขียว article
การซ่อมผิวชิ้นส่วนเครื่องจักร โดยทดแทนการสร้างใหม่ ช่วยลดปัญหา “ภาวะโลกร้อน”
การลดภาวะโลกร้อน article
Carbon footprint